สงสัยนัดนี้คงจะทำใจไว้แล้ว แพ้เละเลย กอร์ดอนก็ไม่ได้ลง จะเจ็บอีกนานรึเปล่าก็ไม่รู้ นัดหน้าเจอปอร์ทสมัธ หวังว่าคงกลับมาได้นะ ^_^
แมวใหญ่ ไม่ปราณี แมวดำ บ้างเลย
ล่อไปเกือบครึ่งโหล -_-
เซ็งเลย รูปเกมสู้ไม่ได้เลย รู้สึกว่าเราแทบไม่ได้โอกาสยิงด้วย ทั้งเกมไมค่อยเห็นปีเตอร์ เช็กเลย
ลูก 2 เหมือนล้ำหน้าด้วย
เชลซี 5 - ซันเดอร์แลนด์ 0
"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ โดยต้องปราศจาก ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ ที่บาดเจ็บมาจากเกมเมื่อกลางสัปดาห์ แต่ก็มีข่าวดีที่ โจ โคล ฟิตกลับมาลงสนามอีกครั้ง
ด้านทีมเยือนยังคงไม่มี เคร็ก กอร์ดอน ผู้รักษาประตูมือ 1 ที่ยังไม่หายเจ็บ ทำให้ มาร์ตัน ฟูล็อป ได้ลงเฝ้าเสาต่อไปอีกนัด พร้อมกับมี เคนวิน โจนส์ ลงตัวจริงเป็นนัดแรก
เปิดฉากขึ้นมาท่ามกลางสายฝนที่ตกอย่างไม่ขาดสาย "สิงห์บลูส์" ดาหน้าบุกใส่ทันที และมีโอกาสก่อนตั้งแต่นาทีที่ 4 เมื่อฟลอร็องต์ มาลูด้า ได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกไป
จากนั้นเจ้าถิ่นยังบุกอีกเป็นระลอก โดยเป็น มาลูด้า คนเดิมที่ได้ซัดระยะ 20 หลา กระนั้นยังไม่ผ่านมือของ ฟูล็อป
อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 27 แฟนบอลเจ้าถิ่นก็ได้เฮกันสั่น เมื่อขึ้นนำเป็น 1-0 จนได้ จากจังหวะที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด จ่ายบอลให้กับ โจ โคล หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ มิดฟิลด์ทีมชาติ อังกฤษล็อกหนึ่งจังหวะก่อนสับไกด้วยซ้าย ฟูล็อป พยายามเซฟแต่บอลปลิ้นไปเข้าทาง อเล็กซ์ ที่เติมขึ้นมาพอดี ซ้ำเข้าไปง่ายาๆ
ถัดจากนั้นอีกเพียง 3 นาที ทำนบของผู้มาเยือนก็ต้องแตกอีกครั้ง ครางนี้ เดโก้ จ่ายทะลุช่องให้ แลมพาร์ด หลุดขึ้นไปทางขวา ก่อนปาดเข้ามาหน้าประตูให้ นิโกล่าส์ อเนลก้า ชาร์จเข้าตุงตาข่ายโล่งๆ แม้จากภาพช้าจะแสดงให้เห็นว่าเป็นลูกล้ำหน้าก็ตาม
เจ้าบ้านต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นเป็นคนแรกของเกม หลัง แอชลี่ย์ โคล มีปัญหาอาการบาดเจ็บ ทำให้ต้องส่ง เวย์น บริดจ์ ลงมาทำหน้าที่แบ็กซ้ายแทน
ลูกทีมของ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ ยังไม่เพลาเกมบุก และพวกเขาก็ได้ประตูอีกเม็ด ในช่วงทดเวลาเจ็บของครึ่งเวลาแรก โดยเป็น อเนลก้า คนเดิม ที่แปบอลจากการผ่านมาให้ของ มาลูด้า เข้าไปอย่างง่ายๆ ทำให้นำไปก่อน 3-0
ครึ่งหลังผ่านมาได้เพียง 6 นาที สาวกสิงโตน้ำเงินครามได้เฮกันอีกครั้ง โดยต้องชม โจ โคล ที่เลี้ยงลุยขึ้นไปทางขวา ก่อนเปิดให้ แลมพาร์ด โหม่งเข้าเสาไกลไป
เพียง 2 นาทีต่อมา สกอร์บอร์ดก็เปลี่ยนเป็น 5-0 เมื่อ จอห์น เทอร์รี่ จ่ายขึ้นไปทางซ้ายให้ มาลูด้า เลี้ยงเลาะไปเกือบสุดเส้นหลัง จากนั้นจึงเปิดเข้ามาให้ อเนลก้า ล้มตัวชาร์จ ฟูล็อป พยายามใช้ขาเซฟแล้ว แต่บอลยังกระเด้งข้ามตัวเข้าไปตุงตาข่าย อันถือเป็นการทำแฮตทริกของ "นิโก้" ด้วย
เกมผ่านมาครบ 1 ชั่วโมง สโคลารี่ เปลี่ยนตัวผู้เล่นอีกครั้ง คราวนี้ส่ง ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา ที่หายเจ็บกลับมา ลงเล่นแทน โจ โคล
หลังนำโด่ง เชลซี ดูจะผ่อนเกมลงไป แต่พวกเขาก็มีโอกาสอีกจากการโหม่งของ มาลูด้า คราวนี้ ฟูล็อป ไม่พลาดรับเอาไว้ได้
ช่วงเวลาที่เหลือ "สิงห์บลูส์" ยังครองเกมเอาไว้ได้เป็นส่วนใหญ่ และไม่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนเลย จบเกมจึงถล่มเอาชนะไปอย่างสบาย 5-0
- - - - -
คัดลอกจากหนังสือพิมพ์ สตาร์ซ็อคเกอร์ ฉบับวันที่ 3 พฤศจิกายน 2551
ดูรูปย้ำความปราชัยกันไปพลางๆ แหะๆ
สุ้ไม่ได้จริงๆครับ ต้องยอมรับเลย ว่าเค้าเก่งกว่าเราจริงๆ แพ้ยังงี้ ยอมครับ เฮ้อ
แมวใหญ่ ไม่ปราณี แมวดำ บ้างเลย
ล่อไปเกือบครึ่งโหล -_-
เซ็งเลย
รูปเกมสู้ไม่ได้เลย
รู้สึกว่าเราแทบไม่ได้โอกาสยิงด้วย ทั้งเกมไมค่อยเห็นปีเตอร์ เช็กเลย
ลูก 2 เหมือนล้ำหน้าด้วย
เชลซี 5 - ซันเดอร์แลนด์ 0
"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ โดยต้องปราศจาก ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ ที่บาดเจ็บมาจากเกมเมื่อกลางสัปดาห์ แต่ก็มีข่าวดีที่ โจ โคล ฟิตกลับมาลงสนามอีกครั้ง
ด้านทีมเยือนยังคงไม่มี เคร็ก กอร์ดอน ผู้รักษาประตูมือ 1 ที่ยังไม่หายเจ็บ ทำให้ มาร์ตัน ฟูล็อป ได้ลงเฝ้าเสาต่อไปอีกนัด พร้อมกับมี เคนวิน โจนส์ ลงตัวจริงเป็นนัดแรก
เปิดฉากขึ้นมาท่ามกลางสายฝนที่ตกอย่างไม่ขาดสาย "สิงห์บลูส์" ดาหน้าบุกใส่ทันที และมีโอกาสก่อนตั้งแต่นาทีที่ 4 เมื่อฟลอร็องต์ มาลูด้า ได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกไป
จากนั้นเจ้าถิ่นยังบุกอีกเป็นระลอก โดยเป็น มาลูด้า คนเดิมที่ได้ซัดระยะ 20 หลา กระนั้นยังไม่ผ่านมือของ ฟูล็อป
อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 27 แฟนบอลเจ้าถิ่นก็ได้เฮกันสั่น เมื่อขึ้นนำเป็น 1-0 จนได้ จากจังหวะที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด จ่ายบอลให้กับ โจ โคล หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ มิดฟิลด์ทีมชาติ อังกฤษล็อกหนึ่งจังหวะก่อนสับไกด้วยซ้าย ฟูล็อป พยายามเซฟแต่บอลปลิ้นไปเข้าทาง อเล็กซ์ ที่เติมขึ้นมาพอดี ซ้ำเข้าไปง่ายาๆ
ถัดจากนั้นอีกเพียง 3 นาที ทำนบของผู้มาเยือนก็ต้องแตกอีกครั้ง ครางนี้ เดโก้ จ่ายทะลุช่องให้ แลมพาร์ด หลุดขึ้นไปทางขวา ก่อนปาดเข้ามาหน้าประตูให้ นิโกล่าส์ อเนลก้า ชาร์จเข้าตุงตาข่ายโล่งๆ แม้จากภาพช้าจะแสดงให้เห็นว่าเป็นลูกล้ำหน้าก็ตาม
เจ้าบ้านต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นเป็นคนแรกของเกม หลัง แอชลี่ย์ โคล มีปัญหาอาการบาดเจ็บ ทำให้ต้องส่ง เวย์น บริดจ์ ลงมาทำหน้าที่แบ็กซ้ายแทน
ลูกทีมของ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ ยังไม่เพลาเกมบุก และพวกเขาก็ได้ประตูอีกเม็ด ในช่วงทดเวลาเจ็บของครึ่งเวลาแรก โดยเป็น อเนลก้า คนเดิม ที่แปบอลจากการผ่านมาให้ของ มาลูด้า เข้าไปอย่างง่ายๆ ทำให้นำไปก่อน 3-0
ครึ่งหลังผ่านมาได้เพียง 6 นาที สาวกสิงโตน้ำเงินครามได้เฮกันอีกครั้ง โดยต้องชม โจ โคล ที่เลี้ยงลุยขึ้นไปทางขวา ก่อนเปิดให้ แลมพาร์ด โหม่งเข้าเสาไกลไป
เพียง 2 นาทีต่อมา สกอร์บอร์ดก็เปลี่ยนเป็น 5-0 เมื่อ จอห์น เทอร์รี่ จ่ายขึ้นไปทางซ้ายให้ มาลูด้า เลี้ยงเลาะไปเกือบสุดเส้นหลัง จากนั้นจึงเปิดเข้ามาให้ อเนลก้า ล้มตัวชาร์จ ฟูล็อป พยายามใช้ขาเซฟแล้ว แต่บอลยังกระเด้งข้ามตัวเข้าไปตุงตาข่าย อันถือเป็นการทำแฮตทริกของ "นิโก้" ด้วย
เกมผ่านมาครบ 1 ชั่วโมง สโคลารี่ เปลี่ยนตัวผู้เล่นอีกครั้ง คราวนี้ส่ง ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา ที่หายเจ็บกลับมา ลงเล่นแทน โจ โคล
หลังนำโด่ง เชลซี ดูจะผ่อนเกมลงไป แต่พวกเขาก็มีโอกาสอีกจากการโหม่งของ มาลูด้า คราวนี้ ฟูล็อป ไม่พลาดรับเอาไว้ได้
ช่วงเวลาที่เหลือ "สิงห์บลูส์" ยังครองเกมเอาไว้ได้เป็นส่วนใหญ่ และไม่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนเลย จบเกมจึงถล่มเอาชนะไปอย่างสบาย 5-0
- - - - -
คัดลอกจากหนังสือพิมพ์ สตาร์ซ็อคเกอร์ ฉบับวันที่ 3 พฤศจิกายน 2551
ดูรูปย้ำความปราชัยกันไปพลางๆ แหะๆ
สุ้ไม่ได้จริงๆครับ
ต้องยอมรับเลย ว่าเค้าเก่งกว่าเราจริงๆ
แพ้ยังงี้ ยอมครับ เฮ้อ